================================================== -->

แทง บา

ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง

  • เยี่ยมชมบล็อก:368215
  • จำนวนบล็อกโพสต์: 287
  • กลุ่มผู้ใช้: ผู้ใช้ทั่วไป
  • เวลาลงทะเบียน:2021-03-30 19:55:36
  • ตรารับรอง:
รายละเอียดส่วนบุคคล

ได้ฤกษ์คิกออฟโครงการ ไทยนิยม ยั่งยืน 21 กพนี้ นายกฯ ลงพื้นที่พบปะประชาชน จนครปฐม ซึ่งก่อนหน้านี้เคยไปพบ ตระกูลสะสมทรัพย์ เจ้าของพื้นที่ท่ามกลางกระแสข่าว ดีลการเมือง โดยอ้างว่าไปตีกอล์ฟ แต่ภาพถ่ายกลับสวมรองเท้าแตะ สำหรับวัตถุประสงค์ที่บอกว่าไปชี้แจงนโยบายรัฐบาลรับฟังปัญหาประชาชนนั้นมันน่าจะเป็นวาระปีแรกที่รัฐบาล คสชเข้ามา เมื่อครบวาระ 4 ปีแล้วก็ควรจะเป็นขั้นตอนการมอบงาน ส่งไม้ต่อให้รัฐบาลหน้า แต่เพราะสัญญาประชาคมที่ว่าจะปฏิรูปประเทศทุกด้าน สร้างความปรองดอง ไม่เป็นโล้เป็นพาย จึงเหมือนนับหนึ่งใหม่ ด้วยการเดินหน้ากระบวนการสืบทอดอำนาจผ่านการเลือกตั้งหลังรัฐประหารเสียของ 0

ที่เก็บบทความ

2015(808)

2014(205)

2013(415)

2012(124)

การสมัครสมาชิก

การจำแนกประเภท: สายด่วน Qilu

แทง บา, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ แม้ว่ากระทรวงการคลังจะเป็นผู้กำหนดและดูแลเรื่องนโยบายและประเมินผลการทำงานของ SARA แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการแทรกแซงการทำงานภายในองค์กรแน่นอน โดยแผนการดำเนินงานในส่วนนี้เพราะต้องการปฏิรูปการเก็บภาษีครั้งใหญ่อีกครั้ง ให้กรมภาษีรวมกันเป็นหนึ่ง เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างกรมสรรพากรสามารถอยู่บนขาเป็นเอกภาพของตัวเอง ไม่ต้องมีใครมาแทรก เงินเดือนก็เหมือนอัยการผู้พิพากษา มุ่งมั่นเก็บภาษีอย่างเดียว ไม่ต้องมีเรื่องใต้ดิน นายสมชัย กล่าวทัพซีเรียทิ้งบอมบ์ฝ่ายกบฏ! พลเรือนตายเกลื่อน190ศพ 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น กกตชงกมท้องถิ่นเข้าครม28กพเลือกตั้งสค 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 12:13 น

ฉีกข้อเสนอฟันป้อม บิ๊กตู่ฉุนสร้างความสับสน ต่อ ย้อนที ขรกโดนระนาว 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง

อ่าน(202) | แสดงความคิดเห็น(828) | ส่งต่อ(371) |
ฝากของไว้ให้เจ้าของ!~~

จักรพรรดิฮั่นเฉิงหลิวเหว่ย 2021-09-20

ฉิน Mugong นักปชตแบบนี้ก็มีด้วย จ่านิว โพสต์หาเรื่อง ดี้ ก๊อบปี้ฝรั่งหากิน? 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 09:40 น

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0

หูไห่ชนะ 2021-03-30 19:55:36

ไทยโพสต์ อิสรภาพแห่งความคิด ฟังคำชี้แจงของ บิ๊กตู่-พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสชภายหลัง นายต่อตระกูล ยมนาค ประธานอนุกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติด้านการป้องกันการทุจริต ในคณะกรรมการต่อต้านการทุจริตแห่งชาติ (คตช) ทำหนังสือถึงนายกฯ ในฐานะเป็นประธาน คตช แสดงความกังวลกรณี เสี่ยป้อม-พลอประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมวกลาโหม ถูกตรวจสอบเรื่องนาฬิกาหรูแล้วละเหี่ยใจ อ้างว่าเป็นเรื่องของกระบวนการตรวจสอบ ศาลตัดสินออกมาก็เป็นเรื่องของศาล ไม่อยากให้มาพูดจนวุ่นวายไปหมด แล้วทีข้าราชการระดับสูง องค์กรปกครองท้องถิ่น อยู่ระหว่างถูกตรวจสอบ บิ๊กตู่ ก็ใช้ ม44 เล่นงานไปนับร้อยคน แต่กับพวกพ้องตัวเองกลับใช้อีกมาตรฐาน 0

ส่วนยาว - ยาว - ยาว 2021-03-30 19:55:36

วิพากษ์วิจารณ์ฝั่งผู้มีอำนาจแทบทุกวัน จนมีคดีติดตัวหลายข้อหา หมวดเจี๊ยบ-รทหญิงสุณิสา ทิวากรดำรง กระบอกเสียงพรรคเพื่อไทย แม้โดนคดีตามหลังมากมาย เจ้าตัวยืนยัน ยังทำหน้าที่ต่อไป ช่วงไม่นานมานี้หมวดเจี๊ยบเงียบหาย ทำให้สงสัยหายไปไหน แอบไปพบ นายใหญ่-ทักษิณ ชินวัตร เจ๊ปู-ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่ฮ่องกง เหมือนเพื่อนสมาชิกพรรคคนอื่นหรือเปล่า ที่พร้อมใจพร้อมหน้าไปหากันอย่างคึกคัก หรือว่าเริ่มได้รับผลกระทบทางด้านคดี โดนขู่จนไม่กล้าออกมาอีกแล้ว, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ。 เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ。

Zamde แห่งความตาย 2021-03-30 19:55:36

21 กพ 61 - ที่ว่าการอำเภอเหนือคลอง เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนจังหวัดกระบี่นับร้อยคน นำโดย นายไพโรจน์ บุตรเผียน นายกิจจา ทองทิพย์ ได้รวมตัวกันพร้อมออกแถลงการณ์ กรณีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงกับทางเครือข่ายปกป้องทะเลสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหิน จำนวน 5 ข้อ และยื่นหนังสือผ่านนายอำเภอเหนือคลอง ดังนี้, แต่ถ้า คุณป้าเหลือทน จะให้ทัศนคติทางเห็นใจ-เข้าใจ ว่าคุณป้าต้อง ถูกกระทำ ทั้งทางกฎหมายและทางจิตใจ จนสิ้นทางหวัง-ทางพึ่งใดๆ แล้ว。ทัพซีเรียทิ้งบอมบ์ฝ่ายกบฏ! พลเรือนตายเกลื่อน190ศพ 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

อาจจะใช้เวลา 2021-03-30 19:55:36

ม็อบต้านถ่านหินเทพา-กระบี่เฮ! แยกย้ายกลับบ้าน หลัง รมวพลังงานลงมาเจรจาเซ็นเอ็มโอยู สั่งกฟผตีกลับ EHIA ภายใน 3 วัน ขีดเส้นศึกษาผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ใหม่ใน 9 เดือน ส่วนคดีความให้เลิกแล้วต่อกัน ด้านแกนนำเชื่อมั่นสัญญาประชาคม ลั่นหากเบี้ยวจะมาเรียกร้องอีก นายกฯ ขอบคุณม็อบยอมกลับบ้านพร้อมรับข้อเสนอทั้งหมด วอนอย่าขยายความขัดแย้งอีก ยังห่วงไฟฟ้าภาคใต้ขาดแคลน ช่วงเช้าวันอังคาร ที่บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ประจำประเทศไทย ถนนราชดำเนินนอก นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้เดินทางมาเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมเครือข่ายคนสงขลา-ปัตตานีไม่เอาโรงไฟฟ้าถ่านหิน ร่วม 1 ชั่วโมงกว่า จากนั้นได้เชิญแกนนำและตัวแทนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ) กระทรวงพลังงาน ร่วมกันพูดคุยในรถตู้ประมาณ 15 นาที ถึงบันทึกข้อตกลงร่วมกัน (เอ็มโอยู) และได้แถลงถึงข้อตกลงและลงนามร่วมกันในเวลา 0900 น สำหรับบันทึกข้อตกลงมีอยู่ 4 ประการ ประกอบด้วย 1ให้ กฟผถอนรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสุขภาพ (EHIA) ของโรงไฟฟ้าถ่านหินเทพาและโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่ ออกจากสำนักงานนโยบายและแผนการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (สผ) ภายใน 3 วัน นับตั้งแต่วันลงนาม 2ให้กระทรวงพลังงานจัดทำรายงานการประเมินผลกระทบเชิงยุทธศาสตร์ (SEA)เพื่อศึกษาว่าพื้นที่จังหวัดกระบี่และอำเภอเทพาจังหวัดสงขลามีความเหมาะสมในการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินหรือไม่ โดยดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 9 เดือน และมีนักวิชาการที่เป็นกลาง และเป็นที่ยอมรับทั้งสองฝ่าย หากผลออกมาว่าพื้นที่ไม่เหมาะสมทำโรงไฟฟ้าถ่านหิน กฟผจะต้องยุติสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินทั้งสองพื้นที่ 3หากผลรายงานออกมาว่าเหมาะสมต่อการสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหิน ในขั้นตอนการทำ EHIA จะต้องจัดทำโดยคนกลางที่ยอมรับร่วมกัน และ 4ให้คดีระหว่างเครือข่ายผู้ชุมนุมกับ กฟผเลิกแล้วต่อกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศภายหลังการแถลงความร่วมมือนั้น กลุ่มผู้ชุมนุมมีความดีใจ บางคนร้องไห้ กอดกันและยิ้มแย้มให้กัน จากนั้นได้ถ่ายรูปร่วมกันที่หน้าตึกยูเอ็นเป็นที่ระลึก ก่อนจะเก็บข้าวของเพื่อกลับภูมิลำเนาต่อไป นายสมยศ โต๊ะหลัง สมาชิกเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพายุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เปิดเผยถึงหลังการเซ็นเอ็มโอยูดังกล่าวว่า กรณีที่ฝ่ายรัฐจะให้มีการศึกษาโครงการนี้ใหม่อีกครั้งเหมือนการเซตซีโรนี้ ถือว่าบรรลุเป้าหมายในการเรียกร้องของเราระดับหนึ่ง ซึ่งเราต้องการให้แจ้งข้อมูลการดำเนินโครงการ รวมถึงหากมีผลเสียใดก็จะต้องแจ้ง เพื่อให้มีการควบคุมและพิจารณาพลังงานทางเลือกที่ดีที่สุด ไม่ใช่ว่าเราจะโต้แย้งคัดค้านทุกโครงการแบบหัวชนฝา เราต้องการให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โดยในอนาคต หากมีความจำเป็นที่จะต้องการสร้างโรงไฟฟ้าพลังงานทางเลือกก็ทำได้ แต่ขอให้มีการพิจารณาและศึกษาให้ครบถ้วนก่อนว่าทางเลือกนี้เป็นทางที่ดีที่สุดสำหรับเราแล้วหรือไม่ หลังจากนี้เราก็ยังจะต้องติดตามต่อไป หากพบว่าทำอะไรที่เร่งรีบเร่งรัด ขั้นตอนไม่ครบ ก็จะต้องเรียกร้องอีกครั้ง นายบรรจง นะแส นายกสมาคมรักษ์ทะเลไทย หนึ่งในแกนนำเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพาฯ กล่าวว่า ข้อตกลงทั้ง 4 ถือเป็นทิศทางที่ไม่ได้กดดันมาก เป็นไปตามหลักการที่ควรเป็นเช่นเดียวกับอารยประเทศ ซึ่งทาง รมวพลังงานได้แก้ไขจนกระทั่งเราเห็นด้วย ตนพอใจและเชื่อมั่นในสัญญาประชาคมที่ร่วมกันตกลงนี้ โดยมีสื่อมวลชนร่วมเป็นพยาน ถ้ามีการเบี้ยวไม่ทำตามสัญญาเราก็ไม่ยอม ซึ่งเชื่อมั่นว่าทางรัฐบาลจะปฏิบัติตามสัญญา และเราจะไม่ทำอะไรนอกเหนือข้อตกลง ขณะที่ทางผู้ชุมนุมก็แยกย้ายกลับแล้ว โดยกลุ่มที่มาจาก จกระบี่ จะเดินทางกลับเย็นวันที่ 20 กพนี้ ส่วนกลุ่มที่มาจาก อเทพา ทางสหประชาชาติเชิญไปร่วมประชุมในประเด็นนี้ก่อนเดินทางกลับในวันที่ 21 กพ นายสุริยะใส กตะศิลา รองคณบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา วิทยาลัยนวัตกรรมสังคม มหาวิทยาลัยรังสิต โพสต์เผยแพร่เอกสารการลงนามร่วมระหว่างนายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน กับตัวแทนกลุ่มต่อต้านโรงไฟฟ้าถ่านหิน พร้อมข้อความระบุว่า ถือว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องของรัฐบาล เพราะเรื่องโรงไฟฟ้าถ่านหินเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยข้อมูล ความรู้และประสบการณ์เพื่อให้ได้ข้อยุติที่เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมจริงๆ ซึ่งปัจจุบันยังเห็นต่างกันอยู่มาก ต้องชื่นชมการตัดสินใจของรัฐบาล ที่ไม่ใช้อำนาจในการจัดการกับปัญหาที่มีความละเอียดอ่อนสูง ถ้ารัฐไทยปรับตัวใช้ความรู้แก้ปัญหา ไม่ใช่แต่อำนาจสังคมจะเดินไปข้างหน้าได้ และต้องขอบคุณแทนคนไทยในการยืนหยัดต่อสู้ของชาวบ้าน NGO และเยาวชนนักศึกษา ที่พยายามร่วมกันปกป้องทรัพยากร สิ่งแวดล้อมและชุมชน ซึ่งเป็นผลประโยชน์ของส่วนรวม พวกเขาไม่ได้สู้เพื่อตัวเอง ด้านนายสืบพงษ์ บูรณศิรินทร์ รองผู้ว่าการกิจการสังคม กฟผ เปิดเผยภายหลังลงนามเอ็มโอยูว่า เรื่องดังกล่าวต้องขอรับทราบรายละเอียดต่างๆ ที่ชัดเจนจากทางรัฐบาลก่อนจะมาหารือกันต่อไป ซึ่งตามหลักการคือหากให้ศึกษาศักยภาพเหมาะสม หรือ SEA ใหม่ ก็ต้องใช้เวลา 9 เดือน หลังจากนั้นจึงศึกษาจัดทำการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อม (Environmental Impact Assessment หรือ EIA) และการประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสุขภาพที่อาจเกิดขึ้นจากการพัฒนาโครงการ (Environment and Health Impact Assessmen หรือ EHIA) ต่อไป การทบทวนนั้นมีหลายด้าน เช่น การก่อสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินจังหวัดกระบี่ ซึ่งเมื่อช่วงต้นปีรัฐบาลมีมติให้ชะลอการก่อสร้างออกไปก่อน แต่เวลานี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะเป็นการยกเลิกจริงหรือไม่ รวมถึงต้องไปพูดคุยกับประชาชนในพื้นที่ และชี้แจงทำความเข้าใจถึงประเด็นที่หากไม่มีโรงไฟฟ้าถ่านหินแล้วจะเป็นอย่างไร นายสืบพงษ์กล่าว นายอนุชาติ ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการชุมชนสัมพันธ์และสิ่งแวดล้อมโครงการ กฟผ เปิดเผยว่า จะต้องรอหนังสือคำสั่งอย่างเป็นทางการจาก รมวพลังงาน จึงจะทราบอย่างชัดเจนว่าจะต้องปฏิบัติตามอย่างไร อย่างไรก็ตาม การก่อสร้างโรงไฟฟ้าหลักในพื้นที่ภาคใต้ที่มีความล่าช้า จะทำให้พื้นที่ภาคใต้มีความเสี่ยงเรื่องของความมั่นคงไฟฟ้ามากขึ้น ในภาพรวมกฟผจะต้องหารือกันว่าจะมีการหาทางออกอื่นๆ ให้ภาคใต้ยังคงมีความมั่นคงไฟฟ้าและรองรับความต้องการใช้ไฟฟ้าที่ขยายตัวเพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในแต่ละปีได้อย่างไร ส่วน พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ หัวหน้า คสช กล่าวว่า ขอบคุณผู้ชุมนุมกลุ่มดังกล่าวเดินทางกลับไปแล้ว ซึ่งรัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนเสียเวลาทำมาหากิน หลังจากที่ได้พูดกันแล้ว ตนขอให้เขายุติการชุมนุม ซึ่งเขาได้กลับแล้ว ขณะที่เขาขอร้องให้ทบทวน ตนก็ทำให้โดยรับข้อเสนอทั้งหมดแล้วทบทวน ยกเลิกอีไอเอฉบับเดิม แล้วให้นักวิชาการที่มีความเป็นกลางอย่างแท้จริงและเป็นที่ยอมรับจากคนในพื้นที่ไปทำการศึกษาอีไอเอฉบับใหม่ อีกทั้งต้องทำเอสอีเอว่าพื้นที่จะมีการก่อสร้างนั้นเหมาะสมหรือไม่ ซึ่งเป็นเรื่องใหม่ตามกฎหมายฉบับใหม่ เพิ่มเติมจากอีเอชไอเอ ตนมอบหมายให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน ไปชี้แจงทำความเข้าใจ โดยกระทรวงพลังงาน กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงหน่วยงานด้านความมั่นคงรับไปดูแลเรื่องเหล่านี้ และต้องดำเนินการให้ได้ตามที่พูดกันไว้ และขออย่าขยายความขัดแย้งอีก นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า สิ่งสำคัญอีกเรื่องคือทำอย่างไรในการเพิ่มไฟฟ้าในภาคใต้ เพื่อป้องกันการขาดแคลนไฟฟ้าในวันหน้า เพราะการก่อสร้างต้องใช้เวลารวมถึงจะทำอย่างไรไม่ให้ค่าไฟฟ้าทั้งประเทศเพิ่มขึ้นสมมติถ้าเราสามารถแก้ปัญหาระยะสั้นได้ด้วยการทำสายส่งเพิ่มเติมจากพื้นที่ ก็จะทำให้มีต้นทุนของไฟฟ้าไปบวกเพิ่ม จะส่งผลให้คนทั้งประเทศได้รับผลกระทบหรือต้องรับภาระเพิ่มเติมหรือไม่ แต่หากไปลงทุนเป็นรายพื้นที่ จะลดภาระตรงนี้ได้ ขอให้ทุกคนเข้าใจในวิธีการนี้ด้วย ส่วนที่มีการฟ้องร้องกันนั้น ต้องไปดูคดีว่าใครฟ้องร้องใคร ดูว่าตามกฎหมายจะได้ทำแค่ไหน อย่างไรรัฐบาลรับจะดูแลให้ทั้งหมด อยากฝากไปถึงกรณีของกลุ่มอื่นๆ ที่ออกมาเคลื่อนไหวว่า ขอให้ฟังเหตุผลซึ่งกันและกัน สิ่งใดที่รัฐบาลดำเนินการอยู่ ขอให้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอน ไม่อยากให้มีการออกมาสร้างความวุ่นวายให้กับบ้านเมืองอีกต่อไป รัฐบาลรับทุกเรื่องอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นการประท้วงหรืออะไรก็ตาม กฎหมายมีอยู่หลายฉบับ ซึ่งต้องไปดูว่าศาลปกครองให้มีการคุ้มครอง 2-3 เรื่อง ถ้าอะไรที่อยู่นอกเหนือจากเรื่องที่ศาลคุ้มครอง หรือผิดกฎหมายอื่นๆ ก็ถือว่ามีความผิดทั้งหมด ทั้งนี้ ผมไม่ได้ขู่ แต่อยากให้เข้าใจว่าสิ่งไหนที่ศาลให้มีการคุ้มครอง ไม่ใช่ว่าได้รับการคุ้มครองแล้วจะทำอะไรก็ได้ และผมไม่อยากให้บ้านเมืองได้รับความเสียหาย พลอประยุทธ์ กล่าว เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณา 601 ศาลแพ่ง ถรัชดาภิเษก ศาลนัดไต่สวนคำร้องคดีหมายเลขดำ ชส2/2561 ที่ พตตอรรถวิท เรืองโภควิทย์ พนักงานสอบสวน สนนางเลิ้ง ยื่นคำร้องเรื่อง พรบการชุมนุมสาธารณะ พศ2558 ขอให้ผู้ชุมนุมคัดค้านโรงไฟฟ้าถ่านหินกระบี่-เทพา ซึ่งชุมนุมอยู่บนทางเดินเท้าเกาะกลางถนนหน้าสำนักงานสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ถราชดำเนิน ยกเลิกการชุมนุม โดนศาลมีคำสั่งว่า เมื่อพิจารณาแล้วการชุมนุมสาธารณะบริเวณ ถราชดำเนิน ใกล้สำนักงานสหประชาชาติ มิได้เป็นการขัดขวางเจ้าหน้าที่ดูแลการชุมนุมสาธารณะ แม้ประชาชนอาจจะได้รับความไม่สะดวกบ้าง แต่ไม่ได้เดือดร้อนเกินที่พึงคาดหมายได้ว่าเป็นไปตามเหตุอันควร อีกทั้งผู้จัดการชุมนุมดูแลการชุมนุมให้เป็นไปโดยสงบตามรัฐธรรมนูญ จึงเป็นการชุมนุมสาธารณะที่ชอบด้วยกฎหมาย ให้ยกคำร้อง,ฉีกข้อเสนอฟันป้อม บิ๊กตู่ฉุนสร้างความสับสน ต่อ ย้อนที ขรกโดนระนาว 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 。 แม้ว่ากระทรวงการคลังจะเป็นผู้กำหนดและดูแลเรื่องนโยบายและประเมินผลการทำงานของ SARA แต่ยืนยันว่าจะไม่มีการแทรกแซงการทำงานภายในองค์กรแน่นอน โดยแผนการดำเนินงานในส่วนนี้เพราะต้องการปฏิรูปการเก็บภาษีครั้งใหญ่อีกครั้ง ให้กรมภาษีรวมกันเป็นหนึ่ง เหมือนกับประเทศสหรัฐอเมริกา อย่างกรมสรรพากรสามารถอยู่บนขาเป็นเอกภาพของตัวเอง ไม่ต้องมีใครมาแทรก เงินเดือนก็เหมือนอัยการผู้พิพากษา มุ่งมั่นเก็บภาษีอย่างเดียว ไม่ต้องมีเรื่องใต้ดิน นายสมชัย กล่าว。

โจโฉคุณโบ 2021-03-30 19:55:36

3ขอให้นายกรัฐมนตรีสั่งการให้ยกเลิกบันทึกข้อตกลงระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานและเครือข่ายปกป้องสองฝั่งทะเลกระบี่-เทพา ยุติโรงไฟฟ้าถ่านหิน เมื่อวันที่ 20 กพ 2561 โดยเร็วที่สุด 4 ให้นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ รมวพลังงาน แสดงความรับผิดชอบด้วยการลาออกจากตำแหน่งโดยทันที และ5หากไม่ดำเนินการตามข้อเรียกร้อง เครือข่ายปกป้องสิทธิชุมชนคนจังหวัดกระบี่ และชาวกระบี่จะแสดงพลังและใช้มาตรการที่รุนแรงขึ้นตามลำดับ เพื่อเรียกร้องสิทธิของชุมชนในการพัฒนาพลังงานไฟฟ้าให้มีความมั่นคงตลอดไป, เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ทำความเข้าใจ 261 ศาลทั่วประเทศ กรณีหลักเกณฑ์ปฏิบัติระเบียบ กบศ การแต่งตั้งและการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว จัดสินบนนำจับ เพิ่มมาตรการป้องกันจับกุมจำเลยหลบหนีประกันของศาล เตรียมทำ MOU กรมการปกครอง-คุมประพฤติ พร้อมตั้งผู้ใหญ่-กำนันเป็นเครือข่าย วันอังคารที่ผ่านมา ที่ศูนย์อำนวยความยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ ชั้น 6 ศาลอาญา ถรัชดาภิเษก นายสราวุธ เบญจกุล เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรม ดำเนินการประชุมผ่านวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ร่วมกับผู้พิพากษาหัวหน้าศาลชั้นต้น 261 ศาลทั่วประเทศ เกี่ยวกับระเบียบคณะกรรมการบริหารศาลยุติธรรม (กบศ) ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ เงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับและเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ ผู้จับ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราวโดยศาล พศ2560 นายสราวุธกล่าวว่า ระเบียบนี้ดำเนินการได้หลังจากที่ได้รับความเห็นชอบจากกระทรวงการคลังซึ่งประกาศลงราชกิจจาฯ และจะมีผลบังคับใช้วันที่ 14 กพ2561 เมื่อระเบียบประกาศใช้แล้วตามมาตรา 9 เงินที่จะใช้เกี่ยวกับระเบียบนี้ จะใช้เป็นเงินค่าปรับในคดีอาญา ซึ่งเมื่อปีที่ผ่านมาเงินมีค่าปรับในคดีอาญาประมาณ 2,000 ล้านบาท โดยเมื่อศาลใช้ระเบียบเครื่องมือตรงนี้ ศาลจะมีการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว โดยทางสำนักงานศาลได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องคือกรมการปกครอง โดยศาลจะมีการตกลงทำสัญญาเอ็มโอยูในวันที่ 22 กพนี้ สร้างเครือข่ายให้กำนันผู้ใหญ่บ้านทั่วประเทศ สามารถเป็นผู้กำกับดูแลและรับเป็นผู้รายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวได้ด้วย และยังเป็นฐานข้อมูลสำหรับคนในพื้นที่ ซึ่งทางกรมการปกครองก็สามารถสั่งการให้ทางกำนันผู้ใหญ่บ้าน เป็นเหมือนเครือข่ายเป็นผู้กำกับการติดตามการรายงานตัว รวมถึงฐานข้อมูลของผู้ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ นายสราวุธกล่าว นายสราวุธกล่าวว่า นอกจากนี้ ในวันที่ 27 กพนี้ ทางศาลยุติธรรมก็จะทำความร่วมมือกับกรมคุมประพฤติ ซึ่งสิ่งที่เราดำเนินการกับกรมคุมประพฤติจะมี 2 ประการ ประการแรกคือ ฐานข้อมูล 6 ล้านคดีทั่วประเทศ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวจะเป็นข้อมูลที่ศาลใช้ประกอบพิจารณาวินิจฉัยว่าจะอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวหรือไม่ เพราะบางคนกระทำความผิดหลายครั้ง ก็จะอยู่ในฐานข้อมูล อีกทั้งเวลาศาลสั่งสืบเสาะในปัจจุบันนี้ เรายังต้องมีจดหมายนำส่งไปที่กรมคุมประพฤติ แต่ต่อไปเมื่อได้ทำข้อตกลงกับกรมคุมประพฤติ เราใช้ระบบสแกนกระบวนพิจารณาแล้วส่งไปโดยไม่ต้องทำหนังสือนำส่ง ทางกรมคุมประพฤติก็จะรับดำเนินการทำให้รวดเร็ว จะลดขั้นตอนการทำหนังสือส่ง ลดการเซ็นเอกสาร และสิ่งที่สำคัญจะเป็นการดำเนินการตาม พรบกรมคุมประพฤติ ที่กำหนดไว้ว่าจะต้องดำเนินการให้เสร็จภายใน 3 วัน ที่จะต้องแจ้งคำสั่งต่างๆ กระบวนการตรงนี้ทางสำนักงานศาลฯ จะจัดทำคู่มือและอธิบายขั้นตอนทั้งหมดว่าถ้าสามารถเชื่อมต่อในทางเทคโนโลยี ทางกรมคุมประพฤติกับศาลทั่วประเทศ จะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้น ลดกระดาษในการติดต่อสื่อสารกัน เลขาธิการสำนักงานศาลยุติธรรมกล่าวด้วยว่า สิ่งที่ศาลทั่วประเทศจะต้องทราบคือกระบวนการตามกฎหมายฉบับนี้ เปิดโอกาสให้ศาลสามารถใช้กลไกตาม พรบฉบับนี้ ในการแต่งตั้งผู้กำกับดูแลผู้ได้รับการปล่อยชั่วคราวเพื่อให้คำปรึกษา ซึ่งสิ่งที่สำคัญตัวตามระเบียบนี้คือ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเป็นคนยากจน ไม่มีเงินที่จะจ่ายค่าพาหนะมารายงานตัวต่อศาล ระเบียบฉบับนี้เปิดช่องให้สามารถจ่ายเงินในอัตราครั้งละ 300 บาท และนอกเขตศาล 500 บาท หรือถ้าศาลเห็นว่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้ ก็สามารถกำหนดได้ และการตั้งผู้กำกับดูแลเป็นกลไกช่องทางและเครื่องมือที่ทางสำนักงานศาลจะได้แจกจ่ายกำไลอิเล็กทรอนิกส์ (EM) ไปใน 23 ศาลนำร่อง ซึ่งจะมีการเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มีคนี้ อีกด้วย ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับระเบียบ กบศ ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติต้องห้าม การแต่งตั้ง และการปฏิบัติหน้าที่ของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว การจ่ายค่าตอบแทนและค่าใช้จ่ายของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ตาม พรบมาตรการกำกับและติดตามจับกุมผู้หลบหนีการปล่อยชั่วคราว มีสาระสำคัญสรุปว่า สำหรับค่าพาหนะแก่ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ ผู้ถูกปล่อยชั่วคราวหากเป็นผู้ยากไร้ไม่มีค่าพาหนะสำหรับการเดินทางไปศาล หรือปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ศาลกำหนด มีสิทธิขอรับค่าพาหนะตามหลักเกณฑ์ดังนี้ 1กรณีผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่ยากไร้ที่มีที่พักอาศัยอยู่ในเขตอำนาจศาลจังหวัดเดียวกับสถานที่ที่ศาลกำหนดให้ไปปฏิบัติตามเงื่อนไขการปล่อยชั่วคราวกำหนดค่าพาหนะ ไม่เกินครั้งละ 300 บาท 2กรณีมีที่พักอยู่นอกเขตอำนาจศาล สามารถให้กำหนดค่าพาหนะไม่เกินครั้งละ 500 บาท ซึ่งในการกำหนดค่าพาหนะศาลเห็นว่ามีเหตุจำเป็นอย่างยิ่ง ศาลมีอำนาจกำหนดค่าพาหนะสูงกว่าอัตราที่กำหนดก็ได้ ซึ่งผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นที่ออกหมายปล่อย สำหรับผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวจะเป็นบุคคลซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากศาลให้เป็นผู้สอดส่องดูแลรับรายงานตัวหรือให้คำปรึกษาผู้ถูกปล่อยชั่วคราวเพื่อป้องกันการหลบหนีหรือภัยอันตราย โดยมีหน้าที่สอดส่องดูแล, รับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราว และให้คำปรึกษา โดยผู้กำกับดูแลต้องกำชับ ตักเตือน และคอยสอดส่องพฤติกรรมของผู้ถูกปล่อยชั่วคราวว่าปฏิบัติตามเงื่อนไขของศาลหรือไม่ หากพบพฤติกรรมอันสงสัยว่าผิดเงื่อนไข ต้องรายงานศาลโดยเร็ว ส่วนเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับ และเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับผู้ถูกปล่อยชั่วคราวที่หลบหนี ซึ่งเมื่อมีการจับกุมผู้ต้องหาหรือจำเลยที่หลบหนีส่งตัวต่อศาลแล้ว ให้ผู้แจ้งความนำจับหรือเจ้าหน้าที่ผู้จับยื่นคำร้องต่อศาลภายใน 30 วัน นับแต่วันส่งตัวจำเลยต่อศาล โดยผู้ร้องต้องแสดงหลักฐานที่น่าเชื่อถือว่าตนเป็นผู้มีสิทธิได้รับเงินดังกล่าว โดยอัตราให้กำหนดเงินสินบนแก่ผู้แจ้งความนำจับในอัตราไม่เกิน 20,000 บาท และให้กำหนดเงินรางวัลแก่เจ้าหน้าที่ผู้จับในอัตราไม่เกินร้อยละ 50 ของวงเงินประกันตัวตามที่ศาลกำหนด หรือตามบัญชีมาตรฐานกลางหลักประกันการปล่อยชั่วคราว แต่ต้องไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนกรณีที่จำเลยที่หลบหนีได้รับการปล่อยชั่วคราวโดยศาลไม่ได้กำหนดวงเงินประกันตัว ให้กำหนดเงินรางวัลไม่เกิน 100,000 บาท ส่วนค่าตอบแทนของผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราว ซึ่งมีหน้าที่ในการรับรายงานตัวผู้ถูกปล่อยชั่วคราวตามกำหนดนัดแทนศาล 1ในกรณีที่ผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการรับรายงานตัว ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 และไม่เกิน 5,000 บาท 2ในกรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการสอดส่องดูแล ให้กำหนดค่าตอบแทนไม่น้อยกว่า 2,000 บาท และไม่เกิน 10,000 บาท 3กรณีผู้กำกับดูแลผู้ถูกปล่อยชั่วคราวมีหน้าที่ในการให้คำปรึกษาให้กำหนดค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ 2,000 บาท รวมแล้วไม่เกิน 30,000 บาท การกำหนดค่าตอบแทนให้คำนึงถึงลักษณะความยากง่ายของภารกิจ ตลอดจนระยะเวลาที่ต้องดำเนินการประกอบ。ชี้ฝุ่นควันกทม ยืดเยื้อถึงเมษา จี้รัฐเร่งแก้ไข 21 กุมภาพันธ์ พศ 2561 เวลา 00:01 น 。

ความคิดเห็นที่ร้อนแรง
กรุณาเข้าสู่ระบบเพื่อแสดงความคิดเห็น

เข้าสู่ระบบ จดทะเบียน

ดู ราคา บอล วัน นี้ประเทศไทย| คะแนนฟุตบอล+มาเก๊าการเดิมพัน| ฟุตบอล ฝรั่งเศส2021โปรโมชั่น| ราคาบอลวันนี้ ทีเด็ด บอลเติมเงินไทยฟรี| ฟุตบอลฮาๆการพนัน| เว็บบอลแจกเครดิตฟรี ไม่ต้องฝาก2021ลุ้นบาท| ผลการแข่งขันฟุตบอล u22 ไทยกัมพูชาลุ้นบาท| เล่นเกมส์ได้เงินจริง pantip2021 เล่นฟรี| ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ฟุตซอลประเทศไทย| เล่นสล็อตยากไหมเติมเงินไทยฟรี| สูตรเล่นสล็อต jokerเงินฟรี| วิเคราะห์บอล ทีเด็ดบอล ราคาบอลทดลองใช้ฟรี| บอล วัน นี้ 5ทดลองใช้ฟรี| ส กิ ล ฟุตบอล เท่ ๆ| ฟุตบอล คือเงินฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ประจวบรับเงินบาท| slot online มือถือ| วิเคราะห์ บอล 31 5 60การเดิมพัน| เปรียบเทียบราคาบอลไหลล่าสุดทดลองใช้ฟรี| ถ่ายทอด สด บอล ลิเวอร์พูล วัน นี้รับเงินบาท| ผล บอล สด ฟรีเมื่อคืนเงินฟรี| ผลบอลออนไลน์ พรีเมียร์ลีกการเดิมพัน| ตาราง บอล โต โย ต้า ไทย พรีเมียร์ ลีกประเทศไทย| ทีมฟุตบอลลงทะเบียนฟรี| บอลสด พรีเมียร์ลีก คืนนี้ทดลองใช้ฟรี| วิเคราะห์ บอล ไทย มาเลเซียลุ้นบาท| โกลเด้นสล็อต ฟรีการเดิมพัน| ท รู วิชั่น ถ่ายทอด สด ฟุตบอลลุ้นบาท| วิธี เข้า เล่น บา คา ร่าทดลองใช้ฟรี| บอล วัน นี้ ช่อง ไหนลงทะเบียนฟรี| ดู บอล สด ช่อง true sport 62021 เล่นฟรี| วิเคราะห์ บอล พรุ่งนี้ ฟัน ธงการพนัน| ผล บอล สด มา เก๊า2021โปรโมชั่น| โปรแกรมพรีเมียร์ลีกที่เหลือ แมนซิตี้รับเงินบาท| เกมสล็อตที่หนึ่งในบนมือเงินฟรี| แจกรางวัลเกมส์สล็อตออนไลน์ลุ้นบาท| ฟุตบอล ประเพณี จุฬา ธรรมศาสตร์ 70รับเงินบาท| โปรแกรม บอล คืน พรุ่งนี้เติมเงินไทยฟรี| ผลบอลสดไทยทดลองใช้ฟรี| ผล บอล สด ผล บอล ภาษา ไทยลุ้นบาท| ดู บอล ออนไลน์ ฟรี true4uลุ้นบาท| เชียงใหม่ ดรีม เอฟซี| ผล การ แข่งขัน ฟุตบอล ไทย ญี่ปุ่น2021โปรโมชั่น| ดู บา ส สด fการเดิมพัน| ตาราง คะแนน ฟุตบอล เยอรมัน 2ประเทศไทย| ทางเข้าแทงบอลทดลองใช้ฟรี| สรุป ผล ตาราง คะแนน ฟุตบอล พรีเมียร์ ลีกเงินฟรี| ตารางบอล พรีเมียร์ลีก รอบ8ทีมการพนัน| ฟุตบอลไทย 9 มิถุนายนรับเงินบาท| เล่นคาสิโนได้เงินจริงรับเงินบาท| ดูบอลสด บ้านผลบอล วันนี้2021 เล่นฟรี| สล็อต เกมส์ ไหน ดี โบนัส แตก บ่อยpantipทดลองใช้ฟรี| จำหน่ายตู้สล็อตรับเงินบาท| ผล บอล ไทย วัน นี้ สด ไทยรัฐเติมเงินไทยฟรี| เทคนิคการหมุนสล็อตเงินฟรี| ผล บอล สด ออ น ไล| วิเคราะห์บอลวันนี้ วูล์ฟแฮมป์ตัน นิวคาสเซิล| ดูบอลสด ญี่ปุ่น พบ กาตาร์ทดลองใช้ฟรี| บังคลาเทศ พรีเมียร์ ลีก2021โปรโมชั่น| ออนไลน์ สล็อต แมชชีนประเทศไทย| ฟุตบอล ถ้วย ขลุ้นบาท| เกมยิงปลาผ่านมือถือลุ้นบาท| ฟุตบอลทีมชาติไทย พทดลองใช้ฟรี| ถ่ายทอดสดฟุตบอล ลาลีการับเงินบาท| ดูบอลสดทรูสปอร์ตลุ้นบาท| คาสิโนออนไลน์เครดิตฟรี 2021รับเงินบาท| วิเคราะห์บอล ทีเด็ดเซียนประเทศไทย| คาสิโน มาเก๊า เจ้าของทดลองใช้ฟรี| พรีเมียร์ลีก 2021การพนัน| ดู ถ่ายทอด สด ฟุตบอล ไทย วัน นี้ประเทศไทย| วิธีเล่นเกม Fishing Masterประเทศไทย| สล็อตออนไลน์เล่นฟรีทดลองใช้ฟรี| ฟุตบอล ธลุ้นบาท| วิเคราะห์ บอล ไทย เจอ ฮ่องกงประเทศไทย| สโมสรฟุตบอลน้ำพอง ยูไนเต็ดรับเงินบาท| ดูบอลสดผ่านยูทูป ไทยลุ้นบาท| slot machine สมาชิกทดลองใช้ฟรี| ดู บอล สด ฝรั่งเศส vs อุรุกวัยเติมเงินไทยฟรี| ดู กีฬา สด กอล์ฟเติมเงินไทยฟรี| ตาราง คะแนน บอล ดิวิชั่น 1 อังกฤษการเดิมพัน| ผลบอลสด 24 2 62การพนัน| สมัคร live22 slotลงทะเบียนฟรี| พ.ร.บ.การพนันฟุตบอลลุ้นบาท| ดู บอล สด จีน เกาหลีเหนือประเทศไทย| ฟุตบอลออนไลน์ เชลซีการเดิมพัน|